Member Zone

  • ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป
  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.
    ลืมรหัสผ่าน?
    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

    หน้า: « 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 »
    11
    Gadgets & iT Review / รู้ทันโรค : “ตีบ ตัน แตก” อันตรายจากโรคหลอดเลือดสมอง
    « กระทู้ล่าสุด โดย siritidaphon เมื่อ สิงหาคม 12, 2018, 11:35:25 pm »
    โรคหลอดเลือดสมอง เป็นปัญหาสำคัญที่สร้างความวิตกกังวลเป็นอย่างมาก เพราะหากเกิดขึ้นและรักษาไม่ทันการณ์ทำให้เป็นอัมพฤกษ์หรืออัมพาต หรืออาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

    โรคหลอดเลือดสมองตีบเกิดจากความผิดปกติของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง โดยความผิดปกตินั้นมี 2 ชนิด คือ ชนิดตีบหรืออุดตัน ชนิดแตก โดยทั่วไปโรคหลอดเลือดสมองตีบอุดตันพบได้ร้อยละ 80 ในขณะที่ชนิดแตกพบได้ร้อยละ 20 ซึ่งอาการทั้ง 2 ชนิดนี้ คือ อาการเฉียบพลันของทางระบบประสาท เช่น อ่อนแรงครึ่งซีก ชาครึ่งซีก ปากเบี้ยวพูดไม่ได้ กลืนลำบาก ภาพซ้อน เป็นต้น

    กลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นโรคสมอง ได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง การสูบบุหรี่ ภาวะน้ำหนักเกิน รวมทั้งหัวใจเต้นผิดจังหวะ

    อาการของโรคหลอดเลือดสมอง เริ่มแรกเป็นอาการผิดปกติทางระบบประสาทที่เกิดเฉียบพลัน เช่น อ่อนแรง ชา โดยจะเป็นครึ่งซีกหรือแม้กระทั่งพูดไม่ได้ มองไม่เห็น รวมทั้งการปวดหัวอย่างรุนแรงเฉียบพลันด้วย

    การรักษาประกอบด้วย การให้ยาสลายลิ่มเลือดที่จะให้ทางหลอดเลือดดำ โดยในปัจจุบันสามารถให้ได้ 3-4 ชั่วโมงครึ่ง ขึ้นกับข้อบ่งชี้ของคนไข้ นอกจากนั้นก็จะมีการใช้สายตรวจที่สอดสายเข้าไปแล้วฉุดลากลิ่มเลือดออกมาเพื่อที่จะเปิดหลอดเลือดใหญ่ให้ได้

    ส่วนในเรื่องของอาหารก็สำคัญ ที่แนะนำคือ ผักสด เนื้อสัตว์ ไม่กินมัน ไม่กินหนัง หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงทุกอย่าง เพื่อรักษาระดับความดัน ไขมัน น้ำตาลและน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

    การรักษาโรคหลอดเลือดสมอง เวลาเป็นปัจจัยสำคัญ ยิ่งรักษาเร็วยิ่งได้ผลดี ที่กล่าวกันว่า มาพบแพทย์ภายใน 3-4 ชั่วโมงครึ่ง แพทย์จะให้ยาสลายลิ่มเลือดแต่ความเป็นจริงแล้ว ถ้าผู้ป่วยได้รับยาสลายลิ่มเลือดภายในครึ่งชั่วโมงหรือ 1 ชั่วโมง โอกาสหายเป็นปกติมีสูงถึง 3 เท่าของกลุ่มที่ไม่ได้รับยา และโอกาสนั้นลดลงเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไป

    รู้ทันโรค : “ตีบ ตัน แตก” อันตรายจากโรคหลอดเลือดสมอง คลิ๊กที่นี่ https://www.plawharn.com/category/health/
    13
    Book Review / ป็อกบากระหายได้แชมป์เยอะที่สุดหลังปราบเลสเตอร์
    « กระทู้ล่าสุด โดย aggressively109 เมื่อ สิงหาคม 11, 2018, 10:40:19 am »
    ป็อกบากระหายได้แชมป์เยอะที่สุดหลังปราบเลสเตอร์


    ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์จอมแฟชั่นของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยันตอนนี้เรื่องคว้าแชมป์โลกเป็นอดีตไปแล้ว และตนกระหายที่จะนำความสำเร็จให้กับต้นสังกัดให้มากที่สุด พร้อมระบุนี่คือการเริ่มต้นซีซั่นที่ดีหลังเฉือน เลสเตอร์ ซิตี้ คว้า 3 คะแนนvip2541

    ปอล ป็อกบา กองกลางแชมป์โลกของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศก้องตนเต็มไปด้วยความกระหายที่จะคว้าแชมป์ให้มากที่สุด หลังเพิ่งช่วยต้นสังกัดเฉือนหวิว เลสเตอร์ ซิตี้ 2-1 ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เกมเปิดซีซั่น เมื่อวันศุกร์ที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา

        ดาวเตะวัย 25 ปี ได้รับการตั้งแต่งจาก โชเซ่ มูรินโญ่ นายใหญ่เลือดฝอยทองให้ทำหน้าที่สวมปลอกแขนกัปตันทีม และยิงประตูให้ "ผีแดง" ขึ้นนำตั้งแต่ต้นเกมจากจุดโทษ ก่อนที่ ลุค ชอว์ จะซัดให้ทีมนำห่างในช่วง 7 นาทีสุดท้าย แต่ "สุนัขจิ้งจอก" ไม่ยอมแพ้ โดย เจมี่ วาร์ดี้ ที่ลงเป็นตัวสำรองทำประตูตีไข่แตกในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แต่สุดท้ายเจ้าบ้านประเดิมคว้า 3 คะแนนไปแบบหวุดหวิดvip2541

    ป็อกบา ซึ่งเพิ่งช่วย ฝรั่งเศส คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย เปิดใจหลังจบเกมว่า "เราน่าจะเริ่มต้นพรีเมียร์ลีกด้วยการเก็บชัยชนะ และเราก็ทำได้ ผมไม่ได้ลงเล่นช่วงปรีซีซั่น ผมกลับมาร่วมทีมเมื่อวันจันทร์ ดังนั้นมันเป็นเรื่องยากมากที่ขาของผมจะฟิตสมบรูณ์"

        "ฟอร์มการเล่นถือว่าใช้ได้แต่เราต้องพัฒนาขึ้นไปอีก การคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก เป็นอดีตไปแล้ว ผมชอบความท้าทาย ผมอยากพัฒนาขึ้นไป และคว้าแชมป์ให้ความมากที่สุด" อดีตสตาร์ลูกหนัง "ม้าลาย" ยูเวนตุส แสดงความเห็นทิ้งท้าย

    ข่าวจากเว็บ siamsportvip2541
    14
    เจาะละเอียดยิบ 5 เต็งพรีเมียร์ก่อนซีซั่นเปิด ใครจะปัง ใครจะแป้ก


    ย้ำกันอีกครั้งว่าศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ จะระเบิดขึ้นอย่างเป็นทางการในคืนวันศุกร์นี้vip2541
        คู่ประเดิมสนามได้แก่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่โอลด์แทรฟฟอร์ด เวลา 2 นาฬิกา จากนั้นจะแข่งรวดในวันเสาร์อีก 6 คู่ ก่อนที่จะปิดท้าย ด้วยวันอาทิตย์อีก 3 คู่

        โดยคู่เอกของสัปดาห์แรก ได้แก่ อาร์เซน่อล จะเปิดบ้าน ต้อนรับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในวันอาทิตย์ เวลา 22.00 น.

        ก่อนที่พรีเมียร์ลีกจะเริ่ม สำนักพนันถูกกฎหมายในอังกฤษ ได้เปิดอัตราต่อรองอย่างเป็นทางการออกมาแล้ว ซึ่งวันนี้ เราจะมาพูดกัน ถึง ตัวเต็ง 5 อันดับแรก ของลีก


    เริ่มกันก่อนที่เต็ง 1 ของสำนักพนันทุกแห่ง ที่เห็นตรงกัน นั่นคือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า

        แมนฯ ซิตี้ ปีนี้ เสริมทัพแค่ 1 ตำแหน่งเท่านั้น นั่นคือซื้อ ริยาด มาห์เรซ จากเลสเตอร์ ในราคา 60 ล้านปอนด์ พวกเขาไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินซื้อใครมากนัก เพราะองค์ประกอบโดยรวมของทีม ถือว่าลงตัวอยู่แล้ว

        ซิตี้ ไม่เสียนักเตะคนไหนออกไปจากทีม มีแค่ ยาย่า ตูเร่ คนเดียวเท่านั้นที่แทบจะไม่ได้ใช้อยู่แล้ว ซึ่งเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็จัดการดึงเอา ฟิล โฟเด้น ดาวรุ่งวัย 18 ปี ขึ้นมาจากอะคาเดมี่ เพื่อมาทดแทนตำแหน่งนี้ ในซีซั่นที่กำลังจะมาถึง

        ขณะที่ตัวรุก ก็ยังคงครบเครื่องเหมือนเดิม กองหน้า มี กุน อเกวโร่ กับ กาเบรียล เชซุส สลับกันลงเล่น ส่วนปีกความเร็วจัด นอกจาก จะมีมาห์เรซแล้ว ยังมี ราฮีม สเตอร์ลิ่ง , เบร์นาโด้ ซิลวา และ ลีรอย ซาเน่

        ส่วนมิดฟิลด์ตัวขับเคลื่อนเกม นำโดย เควิน เดอ บรอยน์ , ดาบิด ซิลบา และ อิลคาย กุนโดกัน คือเรียกได้ว่า เอาใครลงก็ได้ อันตรายทั้งหมด

        จากฟอร์มที่จัดจ้านในฤดูกาลที่แล้ว นักเตะแต่ละคนมีประสบการณ์เพิ่มขึ้นมาอีก และที่สำคัญพวกเขายังมีโค้ชอัจฉริยะอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อยู่ทั้งคน ดังนั้น จึงเป็นเต็งหนึ่งแบบนอนมาเช่นเคย

        จุดสำคัญคือในเกมแรกของซีซั่น พวกเขาต้องเจอกับ อาร์เซน่อล ซึ่งเป็นงานหนัก ถ้าหากเริ่มต้นได้อย่างเพอร์เฟกต์ บุกไปเก็บสามแต้มได้ ถึงตรงนี้ใครก็คงหยุดเรือใบยาก


    สำหรับเต็ง 2 ในซีซั่นนี้ ทุกสำนักก็ให้ตรงกัน นั่นคือลิเวอร์พูล ของเจอร์เก้น คล็อปป์

        ลิเวอร์พูล เก็บรักษาแกนหลักได้ครบทั้งหมด สามประสาน ซาลาห์ มาเน่ ฟีร์มีโน่ ยังอยู่ครบไม่โดนทีมใหญ่กว่าดูดตัวไป

        นอกจากนั้น ยังมีตลาดซื้อขายที่น่าตื่นตาตื่นใจมาก ทีมหงส์แดง ใช้เงินซื้อนักเตะมากที่สุดในโลก สำหรับซัมเมอร์นี้ พวกเขาซื้อแค่ 4 คน แต่ทว่า แต่ละตัว เป็นบิ๊กเนม ที่เข้ามายกระดับทีมได้จริงๆ

        อลีสซง เบ็คเกอร์ นายทวารที่เคยครองค่าตัวแพงที่สุดในโลก ราคา 62 ล้านปอนด์ , นาบี เกอิต้า มิดฟิลด์ชาวกินี จากไลป์ซิก ราคา 57.5 ล้านปอนด์ , ฟาบินโญ่ จากโมนาโก ราคา 42 ล้านปอนด์ รวมถึง เซอร์ดาน ชาคิรี่ จากสโต๊ค ในราคา 12.5 ล้านปอนด์ นักเตะเหล่านี้ ไม่ใช่ผู้เล่นโนเนม แต่เป็นนักเตะมีเกรด

        ในซีซั่นที่แล้ว ลิเวอร์พูล คว้าอันดับ 4 ในพรีเมียร์ลีก และ เข้าถึงรอบชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แต่สุดท้ายไม่มีแชมป์อะไรติดมือเลย ทำให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้รู้ว่า พวกเขามีขนาดทีมที่เล็กเกินไป หากมีใครสักคนบาดเจ็บขึ้นมา ก็ไม่มีใครทดแทนได้ จึงมีการเสริมทัพใหญ่ขนาดนี้

        ขณะที่ผลงานในเกมอุ่นเครื่อง ของทีมหงส์แดงก็ยอดเยี่ยม ลงเล่น 9 นัด ชนะ 7 เสมอ 1 แพ้ 1 ยิงประตูได้ถึง 27 ลูก นักเตะในทีมมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม พร้อมออกสตาร์ตฤดูกาลนี้แล้ว

        เกมแรกของลิเวอร์พูล จะเป็นการเจอ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่แอนฟิลด์ เวลา 19.30 น. ของวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ ทีมหงส์แดง ไม่แพ้เกมเปิดฤดูกาลมา 5 ปีติดต่อกันแล้ว มาดูกันว่าพวกเขาจะทำได้เป็นปีที่ 6 หรือไม่


        ขณะที่ เต็ง 3 ได้แก่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งหล่นลงมาจากเต็ง 2 ตั้งแต่หลังจบฟุตบอลโลก

        แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดนวิจารณ์อย่างหนัก เรื่องการซื้อตัวผู้เล่นในช่วงซัมเมอร์นี้ พวกเขาได้ตัวนักเตะ 3 คนเท่านั้น ได้แก่ เฟร็ด กองกลางทีมชาติบราซิล จากชัคเตอร์ โดเน็ตส์ รวมถึง ฟูลแบ็ก ดีเอโก้ ดาโลต์ และนายทวารสำรอง ลี แกรนท์vip2541

        ดาโลต์ เป็นดาวรุ่ง ส่วน ลี แกรนท์ ก็คงใช้งานแค่เฉพาะบอลถ้วย เท่ากับว่ามีบิ๊กเนม แค่เฟร็ดคนเดียวเท่านั้น

        โชเซ่ มูรินโญ่ ออกมายอมรับว่า ผิดหวังกับการซื้อขายนักเตะของทีมผู้บริหาร เพราะเขาเล็งนักเตะเอาไว้อย่างน้อย 2 คน โดยส่งรายชื่อที่ต้องการไปให้บอร์ดบริหารหมดแล้ว แต่สุดท้ายไม่ได้ตัวมาเสริมทัพแม้แต่รายเดียว

        ขณะที่สภาพทีมยังดูมีปัญหา มูรินโญ่ มีความขัดแย้งกับ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ขณะที่ ปอล ป็อกบา ก็มีข่าวว่าอยากย้ายทีม รวมถึงนักเตะหลายๆคนที่เพิ่งกลับมาจากฟุตบอลโลก ยังต้องเร่งสภาพความฟิตอย่างหนัก นักเตะอย่าง โรเมลู ลูกากู, เจสซี่ ลินการ์ด และ มาร์คัส แรชฟอร์ด เพิ่งจะคัมแบ็กมาซ้อมได้แค่ราว 1 สัปดาห์เท่านั้น

        สภาพทีมถือว่ารุมเร้าด้วยปัญหา จนทำให้มูรินโญ่ ออกอาการฟิวส์ขาดไปหลายหน 

        ขณะที่ผลงานเกมอุ่นเครื่อง 6 นัด พวกเขาชนะแค่ 1 เกมเท่านั้น โดยเกมล่าสุดกับบาเยิร์น มิวนิค แมนฯ ยูไนเต็ดแพ้ โดยยิงเข้ากรอบไม่ได้แม้แต่หนเดียวด้วย

        เมื่อ ทุกอย่างไม่เป็นใจแบบนี้ ทำให้สำนักพนันจึงมองว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่พร้อมนัก ที่จะไปลุ้นแย่งแชมป์กับแมนฯ ซิตี้ และลิเวอร์พูล จึงยกให้เป็นเต็ง 3 ณ เวลานี้

        ต้องดูกันว่า เกมแรกของ ทีมปีศาจแดงที่จะเจอกับเลสเตอร์ ผลงานจะเป็นอย่างไร ถ้านัดแรกในบ้าน เจอทีมที่เป็นรอง ยังเก็บสามแต้มไม่ได้ โอกาสลุ้นแชมป์นี่ แทบจะเลิกคุยได้เลย


    สำหรับเต็ง 4 ได้แก่ เชลซี ของเมาริซิโอ ซาร์รี่

        ตอนนี้ อัตราต่อรอง ของเชลซี แทบจะเท่ากับเต็ง 5 สเปอร์สแล้ว นั่นหมายความว่า ในมุมของสำนักพนัน เชลซียังดูห่างไกลกับการได้แชมป์ในซีซั่นนี้

        ปัญหาของเชลซี ถือว่ามีเยอะพอสมควร พวกเขามีการเปลี่ยนโค้ชใหม่ จากอันโตนิโอ คอนเต้ เป็น ซาร์รี่ ซึ่งทำให้ระบบการเล่นเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จากเดิม 3-4-3 พวกเขาใช้แผนนี้มาตลอด 2 ปีของคอนเต้ ต้องเปลี่ยนมาเป็น 4-3-3 ในยุคของซาร์รี่ ส่งผลให้นักเตะหลายคนมีความสับสน

        ดูจากผลงานในช่วงปรีซีซั่น รวมถึงในศึกคอมมิวนิตี้ ชิลด์ พวกเขาลงแข่ง 5 นัด ชนะได้แค่ 1 เกม เท่านั้น คือเกมเจอเพิร์ธ กลอรี่ ทีมรองบ่อนจากออสเตรเลีย ทำให้เห็นว่าทีมยังไม่ลงตัว ไม่สมดุล

        สื่ออังกฤษมองว่า ถ้าหากซาร์รี่ ประคับประคองตัว พาเชลซี จบท็อปโฟร์ได้สำเร็จ ก็ถือว่า ประสบความสำเร็จแล้ว ค่อยๆให้นักเตะในทีมได้เรียนรู้แผนใหม่ๆ แล้วค่อยเดินหน้าลุ้นแชมป์อย่างเต็มตัว ในซีซั่นต่อไป

        เกมแรกของเชลซี จะไปเยือนฮัดเดอร์สฟิลด์ ในวันเสาร์นี้ เวลา 21.00 น.

    ปิดท้ายที่เต็ง 5 ได้แก่ ทอตแน่ม ฮอตสเปอร์ ของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่

        ด้วยความที่สเปอร์ส ต้องสร้างสนามแข่งขันใหม่ ทำให้พวกเขา ไม่มีงบประมาณมากพอที่จะซื้อบิ๊กเนมเข้ามาเสริมทัพทำให้ซัมเมอร์นี้พวกเขาสร้างสถิติเป็นทีมแรกที่ไม่ได้ดึงนักเตะใหม่เข้าทีมเลยแม้แต่คนเดียว

        อย่างไรก็ตาม อย่างน้อยที่สุด ทีมไก่เดือยทองก็ไม่เสียคีย์แมน คนไหนไปในช่วงซัมเมอร์นี้

        ปัญหาของสเปอร์ส คือในช่วงต้นฤดูกาล พวกเขาจะไม่สามารถใช้งาน ซน ฮึง มิน ได้ เนื่องจากต้องไปเล่นในรายการเอเชียนเกมส์ ที่อินโดนีเซีย เท่ากับว่าตัวรุกชั้นดีจะหายไปอีก 1 ราย

        ขณะที่นักเตะแกนหลักทีมชาติอังกฤษ ทั้ง แฮร์รี่ เคน , เอริค ดายเออร์, เดเล่ อัลลี่ , คีแรน ทริปเปียร์ รวมถึงกัปตันทีม อูโก้ โยริส และนักเตะเบลเยี่ยมทั้ง แยน แฟร์ต็องเก้น , มุสซ่า เดมเบเล่ และ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ นี่เป็นกลุ่มที่เข้ารอบลึกๆในฟุตบอลโลก ก็เพิ่งกลับมาซ้อมได้แค่ไม่เกิน 2 สัปดาห์เท่านั้น จึงอาจมีปัญหาเรื่องความฟิตได้

        โดยเกมแรกของสเปอร์ส พวกเขาต้องไปเยือนนิวคาสเซิล ที่เซนต์ เจมส์พาร์ค ในวันเสาร์นี้เวลา 18.30 น.

    ข่าวจาก siamsportvip2541
    15
    Online Shopping @ Reviewpantip.com / รถรับจ้างขนของขนเกือบจะไม่ไหว
    « กระทู้ล่าสุด โดย sakurayochi เมื่อ สิงหาคม 10, 2018, 03:49:35 pm »
            ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับกับทีมรถรับจ้างขนของ ช่วงนี้คับคั่งมากครับชีวิดการทำงานรถรับจ้างขนของ มีงานรถรับจ้างขนของหลายอย่างเลยที่ทีมรถรับจ้างขนของต้องเข้าไปทำครับ ถึงแม้ว่าเดือนนี้ช่วงต้นเดือนของเดือนนี้ งานรถรับจ้างขนของจะดูว้าเหว่ลงไปอย่างผิดปกตินะครับ แต่ก็อาจจะเป็นเพราะว่ามีวันหยุดยาว ใกล้ๆกันด้วยละมั้งครับ มันเลยทำให้ผู้ซื้อตัดสินยากเวลาที่จะใช้บริการทีมรถรับจ้างขนของครับ งานรถรับจ้างขนของช่วงนี้เงียบจริงๆครับ ถามเพื่อนๆในวงการเดียวกันก็บอกว่าเงียบมากๆครับ สงสัยจะเตรียมตัวไปเที่ยวกันอยู่ครับ ทีมรถรับจ้างขนของก็ขอให้เดินทางกันได้อย่างปลอดภัยนะครับ ช่วงนี้ฝนตกหลายพื้นที่ด้วย ก็ระมัดระวังในการขับหรือขี่ให้เยอะๆนะครับ พูดถึงเรื่องงานรถรับจ้างขนของที่น้อยแล้ว เมื่อวันก่อนไปเจออยู่งานหนึ่งครับ มันเลยทำให้ทีมรถรับจ้างขนของเข้าใจว่าคำว่าน้อยมากของแต่ละมันไม่เท่ากันครับ วันนั้นทีมรถรับจ้างขนของก็ไปวิ่งงานรถรับจ้างขนของตามปกติเลยครับ ดูจากตารางงานรถรับจ้างขนของแล้วทีมรถรับจ้างขนของมีงานรถรับจ้างขนของเข้ามาให้ได้ทำแค่ 1 งานครับ ลูกค้าก็แจ้งกับทีมรถรับจ้างขนของว่าของกิ่งก้อยมีแต่เสื้อผ้า อยู่กับเพื่อนแค่ 2 คน ลูกค้าก็แจ้งว่าเอาทุกอย่างใส่ถุงไว้หมดแล้วครับ
             ทีมรถรับจ้างขนของไปกัน 2 คนครับ พอทีมรถรับจ้างขนของไปถึงที่ห้องของลูกค้าก็ต้องตกใจครับ ภาพที่เห็นมันเป็นกองถุงเสื้อขนาดกลางๆที่วางอยู่เรียงรายเลยครับ เพื่อนอีกคนของลูกค้าก็เป็นวนิดาเหมือนกันครับ ซึ่งเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้เยอะกันมากๆครับ เยอะขนาดนี้ที่ว่ามันสามารถอัดเข้าไปท้ายรถของทีมรถรับจ้างขนของได้จนเต็ม ทีมรถรับจ้างขนของใช้เวลาขนกันอยู่ช้านานปานกลางครับ ยังดีที่คอนโดของผู้ใช้บริการมีลิฟต์ขนย้ายครับ ไม่อย่างนั้นถ้าขนขึ้นลงชั้น 5 ทีมรถรับจ้างขนของได้เหนื่อยตายก่อนชัดเจนครับ คำว่าแยะหรือน้อยของแต่ละคนไม่เท่ากันจริงๆครับ ทีมรถรับจ้างขนของก็ไม่ได้เช็ครูปภาพให้ดีเสียก่อนครับ เพลียกันเลยครับถ้ารู้ว่ายเยอะขนาดนี้จะเอาทีมรถรับจ้างขนของไปเพิ่มอีกซัก 1 คนครับ บางคนบทจะน้อยก็น้อยจนเกิดไปครับ อย่างวันนี้มีงานรถรับจ้างขนของแบบด่วนเข้ามา ผู้ซื้อก็ให้ทีมรถรับจ้างขนของเข้าไปขนของเหมือนงานปกติทั่วไปครับ ไม่มีพวกเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอุรุให้ทีมรถรับจ้างขนของได้ขนย้าย พอทีมรถรับจ้างขนของไปถึงที่ก็ก็เห็นกองของอยู่กองหนึ่งครับ ก็ขนขึ้นรถยนต์กันไปครับ ใช้เวลายังไม่ถึง 5 นาทีเลยครับ ก็เลยเดินไปถามผู้ใช้บริการว่าของที่เหลืออยู่ที่ไหน ผู้ใช้บริการก็บอกว่ามีอยู่แค่นั้น ทีมรถรับจ้างขนของก็เลยเดินมาดูที่ที่วางของอีกครั้งครับ คือจะดูให้แน่ใจว่ามันหมดแล้วจริงๆครับมีลังกระดาษอยู่ 5 ลัง หมอนข้าง 1 ใบ ชุดเครื่อง 1 ชุด แค่นั้นเลยครับ นิดจริงๆ
    16
    สอบถามหรือปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่
    084-807-9320
    Line id = somshuya
    17

    พอล เมอร์สัน ตำนานลูกหนัง อาร์เซนอล ออกมาทำนายอย่างไม่กลัวหน้าแตกว่า
    ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง จะเป็นผู้คว้ารางวัลดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก ฤดุกาล 2018-19 ไปครอง
    "นักเตะอย่าง ลูกากู จะได้ลงเล่นเต็ม 90 นาทีแบบครบทุกเกมแน่ถ้าไม่บาดเจ็บ-ไม่โดนแบนนะ
    ส่วน เคน นั้นน่าจะยิงได้เรื่อย ๆ แน่ ส่วน อเกวโร อาจไม่ยิงทุกเกม แต่บทจะยิง 4 ลูกในนัดเดียว
    ก็ทำได้เช่นกัน ที่สำคัญคือพวกเขาเป็นตัวสังหารจุดโทษประจำทีม" เมอร์สัน กล่าว
    "โอบาเมย็อง ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเกม ยูฟา แชมเปียนส์ลีก บอกเลยว่าตอนนี้โอกาสมาถึงมือพวกเขาแล้ว
    ทำให้มีเวลาเตรียมตัวรักษาความฟิต ฯลฯ มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเกมรุกอันรวดเร็วตามที่เจ้าตัวถนัด"

    อ่านต่อได้ที่นี่>>>http://essexmarinect.com/2018/06/ufabet%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B9%8C/

    18
    อย่างที่เราทราบกันดีว่าเครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ทุกอย่าง เมื่อใช้งานไปนานๆ ก็ถึงเวลาที่จะต้องอัปเกรดหรือซื้อใหม่ทดแทนของเดิม เพื่อประสิทธิภาพ และการทำงานที่ดีขึ้น แต่จะรู้ได้อย่างไรว่า โน๊ตบุ๊ค ของเราถึงเวลาอัปเกรดหรือยัง วันนี้เรามีคำตอบมาฝากค่ะ

    คุณจะทราบได้อย่างไร? ว่าถึงเวลาที่ควรอัพเกรดคอมพิวเตอร์ หรือ โน๊ตบุ๊ค หากคุณพบว่าเครื่องคอมทำงาน ใช้เวลาเปิดปิดเครื่อง หรือโปรแกรมนาน เหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนก็ได้นะคะ วันนี้ Potatotechs มีเกร็ดความรู้เล็กน้อยมานำเสนอ เพื่อให้คุณได้ลองสังเกตเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณว่าถึงเวลาที่จะต้องอัปเกรด หรือเปลี่ยนเครื่องใหม่กันหรือยัง

    เกร็ดเล็ก เกร็ดน้อย

    อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ โน๊ตบุ๊ค กล้องถ่ายรูป เครื่องเกม ล้วนต้องมีการเปลี่ยนแปลง อัปเกรด เพื่อให้ทันกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ระยะเวลาการใช้งานของเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลาย อายุการใช้งานเฉลี่ยประมาณ 2-3 ปี ถ้าคุณใช้อย่างทะนุถนอม ก็อาจใช้งานได้ถึง 4-5 ปี เมื่อมีรุ่นใหม่ออกมา รุ่นเดิมที่คุณใช้อยู่ก็จะตกรุ่นไป ทำให้การอัปเกรด หรือการหาซื้ออะไหล่ต่างๆ เพื่อมาซ่อมยากขึ้นไปด้วย โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ที่ออกรุ่นใหม่กันเป็นว่าเล่น ทำให้ต้องมีการอัปเกรดอยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการ อัปแรมเพื่อเพิ่มความเร็ว เป็นต้น

    ถึงเวลาอัปเกรดแล้วหรือยัง…?

    1.ตัวเครื่องมีอายุมาก

    โดยปกติแล้วคอมพิวเตอร์จะมีอายุการใช้งานเฉลี่ยประมาณ 2-3 ปี เมื่อถึงกำหนดระยะเวลาดังกล่าว มันก็จะเริ่มแสดงอาการอืด ช้า ค้าง หรือหน่วง แน่นอนว่าไฟล์งาน หนัง รูปภาพ เพลง รวมไปถึงโปรแกรมภายในเครื่อง เมื่อนานวันเข้า Hard drive ของคอมพิวเตอร์ก็จะเสื่อมสภาพ และเต็มไปด้วยไฟล์ต่างๆ ทั้งที่จำเป็นและไม่จำเป็น ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องลดลงอย่างเห็นได้ชัด

    2.แบตเตอรี่เริ่มเสื่อมสภาพ

    เป็นเรื่องปกติที่เซลล์ในแบตเตอรี่ของ Laptop จะเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา ถ้าใช้เครื่องมานานพอสมควร แล้วแบตเตอรี่อยู่ได้เพียงแค่ 1-2 ชั่วโมงหลังจากชาร์จเต็มต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ซึ่งปกติควรใช้งานได้ประมาณ 5-6 ชั่วโมง สำหรับการใช้งานปกติทั่วไป) ก็ถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนแบต ก้อนใหม่แล้วค่ะ

    3.Memory Storage แบบใหม่

    ปัจจุบัน Laptop ส่วนใหญ่จะมากับ SSD หรือ Solid State Drive ซึ่งในสมัยก่อนนั้นเทคโนโลยีนี้ยังไม่เป็นที่นิยมใช้กันแพร่หลายนัก เนื่องจากมีราคาแพง เจ้าตัว SSD นี้จะทำให้ โน๊ตบุ๊ค ทำงานรวดเร็วขึ้น ลื่นไหล ไม่ติดขัด แถมยังใช้พลังงานน้อยกว่าเดิมอีกด้วย อย่างไรก็ตามตัว SSD นี้ก็ยังคงมีราคาสูงกว่า HDD (Hard disk drive) ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันอยู่ดีค่ะ


    จะรู้ได้อย่างไร? ว่า โน๊ตบุ๊ค ของคุณควรอัปเกรดเมื่อไร ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.plawharn.com/category/it/
    19
    Fashion - Lifestyle Luxury Review / รู้หรือไม่? น้ำยาหยอดตาคนสามารถใช้กับ สุนัข ได้
    « กระทู้ล่าสุด โดย siritidaphon เมื่อ สิงหาคม 08, 2018, 08:46:55 pm »
    น้ำยาหยอดตาคนสามารถใช้กับน้องหมาได้ เพียงแค่เรารู้ขั้นตอน หรือได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากน้ำยาหยอดตาคนบางประเภท ไม่สามมารถนำมาหยอดตาน้องหมาได้ เพราะมีสารสเตียรอยด์นั่นเอง

    เคยสังเกตไหมคะว่าเมื่อน้องหมามีอาการตาแดง ตาอักเสบ หรือมีตุ่มขึ้นบริเวณเปลือกตาล่าง จนทำให้เกิดการระคายเคือง สิ่งสกปรกหลุดเข้าไปได้ง่าย คล้ายกับคนอย่างเราๆ เมื่อมีฝุ่นละอองเข้าตาก็จะเกิดอาการตาแดง ซึ่งเราสามารถใช้น้ำยาหยอดตาช่วยรักษาให้หายจากอาการระคายเคืองไปได้ในทันที แต่รู้หรือไม่ว่า น้ำยาหยอดตาคนก็สามมารถใช้กับน้องหมาได้ด้วยนะ! หลายคนอาจคิดในใจว่า “จริงหรอ?” ซึ่งรายละเอียดจะเป็นอย่างไร วันนี้ Petcitiz มีคำตอบมาให้กับคุณค่ะ

    จริงๆ แล้วน้องหมาที่มีลักษณะอาการตาแดงขุ่น หรือตาอักเสบ อาจเกิดจากการระคายเคืองที่น้องหมาของเราได้ไปเล่นซนตามที่ต่างๆ เช่น โดนทราย ฝุ่นละออง ที่เป็นบ่อเกิดของอาการดังกล่าวก็เป็นได้ค่ะ ขั้นตอนการรักษาเบื้องต้น เราสามารถทำได้โดยการนำสำลีชุบน้ำอุ่นมาเช็ดบริเวณรอบดวงตาเพื่อทำความสะอาด หากยังไม่หาย เราสามารถใช้น้ำยาหยอดตาคน มาหยอดตาให้กับน้องหมาได้ แต่ต้องบอกก่อนว่ายาหยอดตาบางชนิดอาจมีสารบางตัวที่เป็นอันตรายต่อน้องหมาเหมือนกันนะคะ เช่น น้ำยาหยอดตาบางตัวมีสารสเตียรอยด์ ซึ่งอาจทำให้น้องหมามีอาการแพ้ และถูบริเวณดังกล่าวมากขึ้นจนเกิดเป็นแผลที่บริเวณกระจกตา ทำให้แผลขยายกว้างขึ้น และเป็นอันตรายได้นั่นเองค่ะ

    หากผู้เลี้ยงมีความสงสัยว่า ทำไมยาหยอดตาของคนบางชนิดสามารถหยอดตาให้กับน้องหมาได้ นั่นเป็นเพราะ ยาหยอดตาชนิดนั้นอาจไม่มีสารสเตียรอยด์ผสมอยู่ หรือได้รับคำปรึกษาจากทางสัตวแพทย์แล้วว่าใช้ได้ ฉะนั้น ก่อนที่ทุกท่านจะนำน้ำยาหยอดตาของคนมาหยอดให้น้องหมา เพื่อเหตุที่ว่าอยากให้น้องหายจากอาการตาแดงไวไวนั้น ก็ควรหยุดคิด หรือปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนจะเป็นการดีที่สุด หากเราทำอะไรไปแล้วเกิดผิดพลาดขึ้นมา มันก็คงไม่คุ้มค่ากับการที่น้องหมาต้องเสี่ยงต่อการสูญเสียดวงตาไปใช่ไหมล่ะคะ



    รู้หรือไม่? น้ำยาหยอดตาคนสามารถใช้กับ สุนัข ได้ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.plawharn.com/category/animal/
    20
    สอบถามหรือปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่
    084-807-9320
    Line id = somshuya
    หน้า: « 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 »